ส่วนที่33 ขู่แล้วต้องทำจริง

ส่วนที่33

ส่วนที่33

ขู่แล้วต้องทำจริง

ตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนศิลปะในนิวยอร์ก ผมได้รู้จักชายคนหนึ่งที่เข้าเรียนตามกฎหมายสิทธิและสวัสดิการทหารผ่านศึก

นั่นหมายความว่าเขาเคยประจำการในกองทัพรัฐบาล สหรัฐจึงออกค่าเล่าเรียนให้

เขาเคยเป็นทหารยศร้อยโทในสงครามเวียดนาม เขาเล่าให้ผมฟังว่าอัตราการเสียชีวิตในหมู่ร้อยโทนั้นสูงมาก

หนึ่งในสาเหตุหลัก ๆ คือ “ระเบิดมือ” ไม่ใช่ของศัตรูหรอกนะครับ แต่เป็นของพวกเดียวกันเอง เรื่องเป็นแบบนี้ครับ ร้อยโทไฟแรงเดินทางจากสหรัฐเข้าสู่สมรภูมิรบ

เขาเลือกแต่ภารกิจสุดอันตรายให้หน่วยของตนเพราะต้องการพิสูจน์ตัวเอง

แน่นอนว่าเหล่าพลทหารย่อมไม่พอใจ

พวกเขาเป็นแค่ทหารเกณฑ์ และต้องการรักษาชีวิตไว้ จนกว่าจะครบสองปีตามกำหนด

พวกเขาไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น พวกเขาก็เลยส่งคำขู่มาให้ร้อยโท

คืนหนึ่งเมื่อร้อยโทดึงผ้าห่มขึ้นจากเตียง เขาก็พบว่ามี ระเบิดมือวางอยู่ลูกหนึ่ง

นั้นเป็นแค่คำขู่ สลักไม่ได้ถูกดึงออกแต่อย่างใด มันจึงยังไม่ระเบิด

แน่นอนว่าถ้าเขายังไม่สนใจคำขู่ละก็ คราวหน้าสลักจะ ถูกดึงออกจริง ๆ

สิ่งเดียวที่ทำให้มันไม่ระเบิดคือน้ำหนักของผ้าห่ม

ถ้าร้อยโทดึงผ้าห่มขึ้น ทั้งตัวเขาและผ้าห่มก็จะหายไป จากโลกนี้

แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับร้อยโทที่ไม่ฟัง คำขู่เท่านั้น

แต่มันก็เกิดขึ้นจริง ๆ นั่นคือประเด็นสำคัญที่สุดเกี่ยวกับคำขู่ อย่าขำในสิ่งที่คุณไม่พร้อมจะทำจริง ๆ

เพราะถ้าคุณขู่แล้วไม่ทำ ทุกคนก็จะรู้ว่าคำขู่ของคุณได้ น้ำยา

คุณควรคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อนจะดีกว่าครับ

ถ้าคุณขู่ว่าจะทำอะไรสักอย่าง คุณพร้อมจะทำจริงหรือ เปล่า

ผมยังจำเรื่องทำนองนี้ที่เกิดกับเพื่อนของลูกชายผมและ พ่อของเขาได้ดี

ผมกับพ่อของเด็กคนนี้ไปรับลูกชายของเราที่ลานโบว์ลิง เด็กสองคนมาขอเงินไปเล่นเกมพร้อมกัน เราทั้งคู่ตอบเด็ก ๆ ไปเหมือนกันว่า “เอาสิ แต่แค่ 2 ปอนด์เท่านั้นนะ”

พอเล่นจนเงินหมดพวกเขาก็วิ่งกลับมาอีก เพื่อนลูกชายผมถามพ่อว่า “พ่อฮะ ผมขอเงินเพิ่มได้ไหม”

คำตอบคือ “ได้ แต่พ่อให้อีกแค่ 2 ปอนด์นะ” เด็กชายวิ่งไปและกลับมาใหม่ “พ่อฮะ ขออีก 2 ปอนด์” คำตอบคือ “พ่อให้ไป 4 ปอนด์แล้วนะ” “ให้ผมเถอะฮะ” เด็กชายอ้อนวอน คำตอบที่ได้คือ “ก็ได้ แต่นี่ครั้งสุดท้ายแล้วนะ” ลูกชายวิ่งไปแล้วก็วิ่งกลับมาขอเงินเพิ่มอีก

พ่อควักเงินให้อีก 2 ปอนด์และพูดว่า “ครั้งสุดท้ายแล้ว นะ คราวนี้พ่อพูดจริง ๆ”

ตอนที่ผมกับลูกชายเดินออกมา เด็กคนนั้นก็ยังวิ่งมาขอ เงินเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ

เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้กําลังถูกฝึกให้ไม่เชื่อถือในสิ่งที่พ่อ ของตัวเองพูด

เพราะคำว่า “ไม่” ไม่ได้หมายความว่าไม่จริง ๆ แต่หมายความว่า ถ้าลูกตือมาก ๆ พ่อก็จะยอม นั้นคือวิธีที่พวกเขาสื่อสารกัน

ในทำนองเดียวกัน นั่นคือเหตุผลว่าทําไมฝ่ายขายจึงคิด ครีเอทีฟทุกคนเป็นจอมดราม่า

เพราะพวกเขาเอาแต่ขำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำจริง ๆ คำขู่ของพวกเขาจึงดูเหมือนการโอดครวญเสียมากกว่า พวกเขาขู่ว่าจะไม่ทำงานให้ลูกค้า

พวกเขาขู่ว่าจะไม่แก้บทโฆษณา พวกเขาขู่ว่าจะไม่ไปถ่ายทำโฆษณา พวกเขาขู่ว่าจะให้ฝ่ายขายตัดต่อโฆษณาเอง พวกเขาขู่ว่าจะลาออก แต่พวกเขากลับไม่เคยทำตามคำขู่เลยสักครั้ง ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี

ดังนั้น สิ่งที่ครีเอทีฟทำจึงเป็นการฝึกให้ฝ่ายขายไม่สนใจ คำขู่ของพวกเขา

จะดีกว่าไหมหากคุณจู่ในสิ่งที่พร้อมจะทำจริง ๆ ถ้าคุณขู่ว่าจะโทรหาลูกค้าด้วยตัวเอง คิดให้ถ้วนถีเสียก่อนว่าคุณจะทำจริงหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขู่ไปเลย

ถ้าคุณขู่ว่าจะลาออกไปทำงานที่อื่น คุณจะทำจริงหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขู่ไปเลย วิธีนี้จะทำให้ทุกคน (รวมถึงตัวคุณเอง) รู้ว่าคุณเอาจริง เหมือนเรื่องระเบิดมือไงครับ ส่งคำขู่ไปหนึ่งครั้ง แล้วก็ทำจริง ๆ คำขู่จึงจะมีพลัง

ลองนึกดูสิครับว่า ถ้าร้อยโทดึงผ้าห่มบนเตียงขึ้นแล้วเจอ ระเบิดมือที่ยังมีสลักอยู่

แล้วคืนต่อมาก็เจอเหมือนเดิม คืนถัดจากนั้นก็เหมือนเดิม

ถ้าเป็นแบบนี้สักหนึ่งสัปดาห์ก็จะไม่มีใครคิดว่าเป็นการขู่อีก

แต่เป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ

คุณต้องทำให้คนอื่นรู้ว่า ถ้าเอ่ยปากแล้วคุณจะทำตาม นั้นจริง ๆ

ไม่อย่างนั้นก็เงียบไปเสียจะดีกว่า

Threatening, must be done

While studying at an art school in New York I got to know a man who attended the law on veterans’ rights and welfare.

That means that he was stationed in the government army. The US therefore pays tuition fees.

He was a lieutenant in the Vietnam War. He told me that the mortality rate among the lieutenants was very high.

One of the main reasons is “hand grenade.”
Not the enemy But belonging to the same themselves The story is like this.
The first lieutenant fervently traveled from the United States into the battlefield.

He only chooses a dangerous mission for his unit because he wants to prove himself.

Of course, the soldiers are not happy.

They are just enlisted men. And want to save life Until completion of two years as scheduled.

They don’t want to risk their lives unnecessarily. So they sent a threat to the lieutenant.

One night when the first lieutenant pulled the blanket out of the bed. He found a hand grenade.

ส่วนที่33

แนะนำติชม : prosecuritytalk.com

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : google