ส่วนที่25 หุบปากเสียที

ส่วนที่25

ส่วนที่25

หุบปากเสียที

แม่ยายของผมเป็นลูกศิษย์วัดลัทธิเต๋าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์

บางครั้งพระภิกษุจากเนปาลจะมาทำพิธีทางศาสนาที่วัดแห่งนี้

โดยทั่วไปแล้วคุณแทบจะไม่เคยเห็นภิกษุณี แต่ก็มีอยู่รูปหนึ่ง

ภิกษุณีรูปนี้โกนศีรษะเหมือนพระภิกษุ แถมยังสวมจีวรเหมือนกัน

แต่สิ่งที่แปลกคือเธอเป็นชาวตะวันตกรูปร่างสูงใหญ่ เธอเป็นชาวอเมริกัน

ตอนที่ขอบวชเป็นภิกษุณี เธอมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง เธอพูดไม่หยุดเหมือนชาวนิวยอร์กส่วนใหญ่

คอยบอกคนอื่นว่าควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ คอยบอกว่าพวกเขาทำอะไรผิดพลาดบ้าง

คอยบอกว่าเธอชอบและไม่ชอบอะไร และคอยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายพระที่มีอาวุโสสูงสุดก็ยื่นคำขาด

เธอจะต้องไม่เอ่ยปากพูดเลยแม้แต่คำเดียวเป็นเวลาสามปีจึงจะบวชเป็นภิกษุณีได้

ห้ามเอ่ยปากพูดเด็ดขาด ห้ามพูดแม้แต่คำเดียว

ถ้าเผลอพูดออกมาก็จะถือว่าทุกอย่างเป็นโมฆะ และ เริ่มต้นใหม่หมด

ลองนึกดูสิครับ ต้องปิดปากเงียบสนิทนานสามปี นั่นเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย พระอาวุโสจึงได้ยื่นคำขาดเช่นนั้น

สารที่ท่านส่งไปถึงเธอก็คือ “การที่โยมพูดไม่หยุดสร้าง ปัญหาให้กับคนอื่น มันรบกวนสมาธิมาก แต่เราคิดว่ามันไม่ใช่ ปัญหาของใคร นี่เป็นปัญหาของโยม โยมต้องจัดการกับมันเอง”

เธอต้องจัดการความคิดในหัว ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่เอาไปพล่ามใส่คนอื่น คุณเคยเจอคนที่พูดไม่หยุดในที่ประชุมบ้างไหมครับ

ทุกครั้งที่มีใครพูดอะไรขึ้นมา พวกเขาจะพูดแทรกหรือ เสริมในสิ่งที่คนอื่นพูดไปแล้ว

ทั้งที่สิ่งที่พูดออกมาไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ออกจะตรงกันข้ามด้วยซ้ำ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง

ทำไมคนเราถึงห้ามปากตัวเองไม่ได้ เพราะรู้สึกประหม่าใช่ไหม หรือเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความสนใจ

ผมเคยฟังคนคนหนึ่งเล่าเรื่องชีวิตตัวเองในรายการวิทยุ เดสเสิร์ต ไอแลนด์ ดิสค์

เขาบอกว่าบทเรียนล้ำค่าที่สุดที่เขาได้จากโรงเรียนไม่ใช่ ความรู้เชิงวิชาการ

ทุกสัปดาห์ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนนั่งเงียบ ๆ ที่โต๊ะ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

เรียนรู้ที่จะอยู่กับความคิดของตัวเองตามลำพัง เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองอย่างมีความสุข เรียนรู้ว่าการนิ่งเงียบไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ยอดเยี่ยมไปเลยครับ คนส่วนใหญ่กลัวการนิ่งเงียบ เราคิดว่าคนที่พูดคือฝ่ายคุมเกม

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงพยายามครอบงำการ ประชุมด้วยคำพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ

บางที่อาจเป็นเพราะเราอยากจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ

แต่ถ้าเราเขียนเหมือนเวลาพูด หน้ากระดาษก็คงมีข้อความเต็มพรีดจนอ่านไม่ออก

จะดีกว่าไหมถ้าเราลองเปลี่ยนวิธีดู เราน่าจะพูดให้เหมือนตอนที่เขียน

ในการเขียน เราจะคิดก่อนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญแล้วค่อย เขียนออกมา

เราน่าจะลองใช้วิธีนี้กับการพูดดูบ้าง คิดก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญและทรงพลังที่สุด แล้วค่อยพูดมันออกมา

จากนั้นก็เงียบเสียง

ในการเขียนคำโฆษณา ยิ่งมีที่ว่างรอบ ๆ ข้อความมาก เท่าไหร่ มันก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น

ถ้อยคำต้องการพื้นที่สำหรับหายใจ เราจึงพยายามไม่ใช้มันอย่างฟุ่มเฟือย และใช้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่พระอาวุโสสอนภิกษุณีชาวอเมริกัน จงใช้แต่ถ้อยคำที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

อันที่จริงถ้าลองไม่พูดเลยนานสามปี คุณจะพบว่าคนเรา สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพูดเลย

หลังจากนั้นคุณก็จะพูดแต่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ แล้วสิ่งที่คุณพูดออกมาจะทรงพลังยิ่งขึ้น

เมื่อนั้นการพูดของคุณก็จะไม่เป็นเพียงแค่มลพิษทางเสียง อีกต่อไป

Shut up

My mother-in-law is a student of a Taoist temple in Singapore.

Sometimes monks from Nepal come to perform religious ceremonies at this temple.

In general, you almost never see a nun. But there is one picture

This nun shave his head like a monk. Also wearing robes as well

But the strange thing is that she is a tall and tall Western man. She is american

When asking to become a nun She has a problem. She spoke nonstop like most New Yorkers.

Keep telling others that they should do like this. Keep telling them what they did wrong

Keep saying that she likes and dislikes anything. And keep commenting about everything In the end, the most senior monk filed an ultimatum.

She must not speak one word for three years in order to become a nun.

Absolutely do not speak. Don’t say even one word

If you accidentally say it, it will be considered void and start all over again.

Try to think of it. Had to remain silent for three years That is almost impossible. The senior monk then gave such an ultimatum

The message you sent to her was “The fact that the disciple didn’t stop creating Problems for others It is very distracting. But we think that it is not someone’s problem. I have to deal with it myself. “

ส่วนที่25

แนะนำติชม : prosecuritytalk.com

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : google